Car and Bike

Top 5 Hyper car ของโลก พึ่งเปิดตัว พร้อมจำหน่าย

21 กุมภาพันธ์ 2020

ป้ายกำกับ:

เน้นการออกแบบที่ดูเท่ โฉบเฉี่ยว ใช้ความเร็วของรถได้ชนิดที่รถทั่ว ๆ ไปตามไม่เห็นฝุ่น 

 Top 5 รถ Hyper car ที่พึ่งเปิดตัวได้ไม่นานแต่การันตีความแรงแถมพร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ แน่นอนว่ามาพร้อมราคาสุดแพงและเทคโนโลยีขั้นเทพ อธิบายให้เข้าใจง่ายคือต้องเป็นรถที่ดูดีไปทุกอย่าง


1. Pininfarina Battista, 1,900 แรงม้า

คุณสมบัติและเครื่องยนต์

ไฮเปอร์คาร์ที่ใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าสูงถึง 1,900 แรงม้า แบ่งออกเป็นด้านหน้าและด้านหลังอย่างละ 2 ตัว ระบบขับเคลื่อน 4 WD สร้างแรงบิดสูงถึง 2,300 นิวตันเมตร แบตเตอรี่เป็นเทคโนโลยีจาก Rimac ขนาด 120 kWh ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 350 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. น้อยกว่า 2 วินาที อัตราเร่ง 0-300 กม./ชม. ภายใน 12 วินาที

จุดเด่น

ได้รับการยืนยันว่าเป็นไฮเปอร์คาร์แบบรถไฟฟ้าที่มีระดับความเร็วสูงที่สุดในโลก ถึงขนาดหากลองเอาไปใช้แข่งกับ Formula 1 ก็ไม่เป็นรองง่าย ๆ เลย พร้อมยังอัพเดทเพื่อปรับแต่งระดับความเร็วผ่านซอฟต์แวร์ได้เลย

ราคา

ประมาณ 2.2 ล้าน $ หรือราว 65 ล้านบาทไทย (ยังไม่รวมภาษี)


2. Rimac C Two, 1,887 แรงม้า

คุณสมบัติและเครื่องยนต์

แม้จะพึ่งทำตลาดรถซุปเปอร์คาร์แต่การประกาศวางจำหน่ายแต่ละครั้งไม่ธรรมดาจริง ๆ รุ่นนี้เป็นรถไฮเปอร์คาร์มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว กำลัง 1,887 แรงม้า แรงบิดสูง 2,300 นิวตันเมตร ใช้ระบบไฟฟ้าทั้งคัน เช่น เลเซอร์ตรวจจับวัตถุระยะไกล, เรดาร์ตรวจจับสิ่งแปลกปลอมรอบคัน, เบาะนั่งรถยนต์ ทำความเร็วสูงสุดที่ 415 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-100 กม.ชม. อยู่ที่ 1.97 วินาที

จุดเด่น

ด้วยเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนามาอย่างล้ำหน้าจึงเปรียบเสมือน AI ประเภทหนึ่งที่อยู่ในรถยนต์ มีระบบขับเคลื่อนด้วยตนเอง พร้อมนวัตกรรมความปลอดภัยที่คาดไม่ถึง

ราคา

ประมาณ 3 ล้าน $  หรือราว 90 ล้านบาท (ยังไม่รวมภาษี)


3. Bugatti La Voiture Noire, 1500 แรงม้า

คุณสมบัติและเครื่องยนต์

สุดยอดความพิเศษไม่เหมือนใครด้วยเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8 ลิตร Quad-turbocharged พร้อมเทอร์โบชาร์จถึง 4 ตัว กำลัง 1,500 แรงม้า แรงบิด 1,600 นิวตันเมตร มาพร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 2.4 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 380 กม./ชม. 

จุดเด่น

การออกแบบที่มีทั้งดีไซน์ไม่เหมือนใครพร้อมวัสดุที่ทำจากเส้นใยคาร์บอนแบบละเอียด พร้อมครีบอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตัวรถส่วนอื่น ๆ ยังทำมาจากคาร์บอนที่ให้น้ำหนักเบา ประหยัดน้ำมัน ช่วยให้คุณเซฟค่าใช้จ่ายได้อีกหลายบาท

ราคา

ประมาณ 11 ล้านยูโร หรือราว 395 ล้านบาท


4. McLaren Speedtail, 1,036 แรงม้า

คุณสมบัติและเครื่องยนต์

ด้วยระบบการทำงานของเครื่องยนต์ที่ผสมผสานระหว่างระบบน้ำมันกับระบบไฟฟ้าจึงสร้างกำลังมหาศาลได้ถึง 1,036 แรงม้า ความเร็วสูงสุดที่ 403 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-300 กม./ชม. เพียง 12.8 วินาที วัสดุตัวรถทุกชิ้นส่วนผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยลดแรงเสียดทานในอากาศ น้ำหนักเบา พร้อมกระจกมองข้างที่ใช้กล้องซึ่งติดบนหลังคาแทนกระจกมองข้างแบบเดิม

จุดเด่น

ออกแบบตัวถังให้เตี้ยแบนคล้ายยานอวกาศ พร้อมยกสปอยเลอร์หลังและหดตัวได้ขึ้นอยู่กับระดับความเร็วของรถ จึงถือว่าเป็นไฮเปอร์คาร์ที่มีดีไซน์สวยงาม แม้เครื่องยนต์ไม่ได้แรงมากแต่ความสวยกินขาดชัวร์

ราคา

ประมาณ 2.28 ล้าน $ หรือ ราว 68 ล้านบาท (ยังไม่รวมภาษี)


5. KOENIGSEGG HYBRID, 1050 แรงม้า

คุณสมบัติและเครื่องยนต์

Hybrid Powertrain Engine รายละเอียดของรถรุ่นนี้เริ่มจาก เครื่องยนต์ที่มีความจุทั้งสิ้นอยู่ที่ 2.9 ลิตรในรูปแบบ V8 Hybridโดยจะมีกำลังอยู่ที่ 1,050 แรงม้า 

จุดเด่น

ในส่วนของล้อแม็กซ์ทำมาจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์พิเศษ (Carbon Fiber) ผสมผสานกับอลูมิเนียม วัสดุส่วนต่างๆ ของตัวรถส่วนใหญ่ล้วนผลิตมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ ที่ถือได้ว่าเป็นสุดยอดวัสดุด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยที่สุดในชั่วโมงนี้กันเลยทีเดียว

ราคา

1.14 ล้าน $หรือ ประมาณ 34 ล้านบาทเท่านั้น


เห็นรถไฮเปอร์คาร์ที่เปิดตัวใหม่และพร้อมออกวางจำหน่ายทั้ง 5 รุ่นนี้แล้ว ใครอยากได้เป็นเจ้าของคงต้องรีบหน่อยเพราะคงผลิตออกมาไม่เยอะเท่าไหร่นัก

111 views
เรื่องที่ใกล้เคียง